Jade's profileEvery Day is SundayPhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    September 08

    บทสรุปของความเสียใจ

    ทางเดินเดิมๆเพียงแค่ 200m 
    เป็นทางเดิมที่เราเคยเดินผ่านอยู่ทุกวัน

    ที่ตรงนั้น เวลาที่เราหันหลังให้กันนั้น
    จากตรงนั้น เวลานั้น ทางเดินเหมือนจะเพิ่มเป็น 2km

    ทุกย่างก้าวมันช่างหนักอึ้ง มันช่างเหนื่อยล้า มันเป็นอะไรทุกอย่างที่เคยผ่านเข้ามา
    เหมือนหนังขาว-ดำ ที่ตัดเป็นฉาก
    ฉากที่เราเคยทำอะไรด้วยกัน ฉากที่เรามีสิ่งดีๆให้กัน ฉากที่เราเคยมีความสุขร่วมกัน
    เสียงหัวเราะ เสียงตลก ฉากกุมมือที่เราเคยมีกันและกัน มันเป็นได้แค่ฟิลม์ย้อนหลังที่ไม่มีวันได้ย้อนกลับมาดูรอบสอง
    ย้อนกลับเข้ามาเข้าหัวสมองที่ไม่ค่อยฉลาดนักของฉันในเวลาเพียงสิบนาที สิ่งต่างๆมันพรั่งออกมาทั้งจากสายตา และทุกอย่างที่เป็นเธอ

    ฉันได้แต่ยืนนิ่ง... ไม่กล้าแสดงความรู้สึกใดๆออกมา
    เพราะวันนี้หนังเรื่องนั้น... มันควรจะจบได้แล้ว
    วันนี้หนังเรื่องนั้นที่เคยดูด้วยกันมันจบแล้ว.. หนังเรื่องนั้นมันจบแล้ว ... จบไปแล้ว
    ที่นั่งคู่สีแดงที่เราเคยนั่งติดกัน ถึงเวลาที่เราต้องเดินออกแยกไปคนละทาง
    ซ้ายและขวา
    จากกันไปเหมือนคนที่ไม่รู้จักกันอีกเลย

    ขอบคุณสำหรับทุกอย่างที่เคยมีให้ ฉันจะเก็บวันที่ดีเหล่านั้นที่เธอเคยมีให้ฉันไม่มีวันลืม

    เพียงแต่ว่าตอนนี้ที่ตรงนี้ของฉัน... มันให้ใครไม่ได้อีกแล้วจริงๆ

    August 12

    วันนี้ที่ฉันกลับมา

    สวัสดีอีกครั้งตัวฉันที่รัก นี่เป็นการทักทายที่ห่างหายกันนานเหลือเกิน ที่เราไม่ได้คุยกันเป็นทางผ่านในสเปซแห่งนี้ แม้ว่ามันจะไม่ส่วนตัวเท่าเขียนในไดอารี่ แต่มันก็สะดวกดีกับการคุยกันนี่นะ
    อย่าน้อยใจไปเลย อย่างไรซะก็ดีที่ฉันกลับมาในวันนี้ก็เพื่อจะระบายกับนายในที่แห่งนี้เช่นเคย... ก็ทำยังไงได้ล่ะนายกับฉัน มันก็คนคนเดียวกัน ที่เข้าใจกันและกันมาที่สุดนี่นะ
     
    วันนี้เป็นวันแม่...
     
    วันที่ทุกคนมาแม่ไปไหนต่อไหน ทำไมเรารู้สึกเหมือนว่ามันเป็นแค่ธรรมเนียมอย่างหนึ่งนะ วันที่ไปห้างไหนก็จะ มีแม่ที่ฟูจิ มีแม่ที่เอ็มเค มีแม่ที่ฮะจิบัง หรือแม้แต่มีแม่ที่ฟู๊ดเซ็นเตอร์
    ทุกครั้งรักแม่เหลือเกินทั้งๆที่ ทุกอาทิตย์ที่เราไปในที่เดิม เวลาเดิม ร้านอาหารเหล่านี้มักจะเงียบเหงา แม่ที่วันนี้เราเห็นหายไปไหนหมดนะ ถ้าไม่ใช่วันแม่ก็จะไม่มีแม่สะพรั่งแบบนี้หรือ
     
    วันแม่ที่เราต้องขอบคุณและทำให้แม่มีความสุข น่าแปลกที่ปีนี้เราไม่มีความรู้สึกอย่างนั้นเลย ทำไมเราต้องมานั่งหงุดหงิดกับเรื่องหลายเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง
    ฉันอยากจะตะโกนร้องออกมาดังๆว่า ฉันเบื่อเหลือเกินกับสภาพที่เป็นอยู่ กับการเป็นลูกที่ดี กับการเป็นแบบอย่างกับน้องที่ต้องทำตาม กับการที่ต้องอยู่กับสังคมจอมปลอม กับการเกลียดตัวเองและอีกหลายๆเรื่อง
     
    อิสระและสิ่งที่อยากทำทั้งหลายแหล่ ถูกกำหนดมาด้วยกรอบที่มองไม่เห็น ทางที่ต้องเดินไปก็ต้องมีแต่ทางที่ถางที่ไว้เรียบร้อยแล้ว ทำไม ทำไม ทำไม
    อยากจะออกนอกเส้นทางนิดหน่อยบ้าง... มันแย่มากนักหรือ เป็นลูกที่แย่ เป็นพี่ที่ไม่ดี เป็นเพื่อนจอมหลอกลวง
    อยากจะเป็นตัวของตัวเองมากกว่านี้... มันเซ้ลฟ์เกินไปหรือ มันไปรบกวนส่วนอวัยวะอันใดของคุณท่านทั้งหลายหรือ
     
    ทั้งๆที่ความสุขของฉัน คือการทำให้ตัวเองพอใจและคนอื่นไม่เดือดร้อน
     
    แต่ทำไมความสุขของฉันมันมักมาพร้อมอุปสรรคเสมอเลยนะ
     
    อยากมีคนเข้าใจ คนที่ระบายได้ จริงๆ... เพราะมันไม่มีคนที่เป็นแบบนั้น ไม่มีคนที่เข้าใจได้ทุกอย่าง ฉันจึงมาที่นี่...เพื่อเจอนาย
     
    เมื่อไหร่ฟ้าจะเปิดซะที... ฝนมันตกนานแล้ว
     
    รักจริงๆ นายดราม่าเอ้ย
    July 10

    ไม่มีลิมิต ชีวิตเกินร้อย

    ไอ้สองคำนี้มันคล้ายกันจริงๆ
    กำลังจะทำ... กับ กำลังทำ...
    แค่คิดว่าจะทำ ก็ทำไปเลยดิวะ
    ถ้าคิดหาไอเดียไม่ออก
     
    ปุบปับแม่งจะคิดออกเลยป่าววะ
    ไอเดียที่คิดได้ มันก็ต้องมาจาก ไอเดียที่คิดไม่ได้มาก่อนทั้งนั้น
     
    ไม่เริ่มต้นจะทำ แล้วเมื่อไหร่จะทำได้ทำวะ
     
    เบื่อความขี้เกียจตัวเองนะ แต่ทำไมช่วงนี้มัน
     
    เกลียดความขี้เกียจตัวเอง น้อยกว่า เกลียดความขี้เกียจของคนอื่นอีก
     
    ขี้เกียจได้แต่มีลิมิตหน่อย ลิมิตน่ะ!
     
    ไม่ใช่แบบโฆษณาไม่มีลิมิตชีวิตเกินร้อย
     
    เกินร้อยของเอ็งมันสูบลิมิทความสุขของคนอื่นเข้าไปด้วยป่าววะ!?
     
    July 04

    อ้วกที่สะสมมาเจ็ดเดือน *uck Up!

    สวัสดีตัวผม ขณะนี้เป็นวันที่ 4 กค. 2551
    ตอนนี้เวลาตีสองสิบเจ็ดนาที
     
    ทำไมรู้สึกว่าอะไรมันก็เหนื่อย เหนื่อยไปหมด
    อะไรที่ไม่อยากเจอะเจอ
    แม่งก็แห่กันเข้ามามะรุมมะตุ้มชีวิตจริง
     
    โดยไม่มีทีท่าว่าจะหมด
     
    พยายามที่จะผ่านมันไปให้ได้
    เหี้ยเอ้ยยย ทำใจจะทำให้ผ่าน
    ก็มีเรื่องใหม่มาให้กลุ้มเรื่อยๆ
    แล้วเมื่อไหร่มันจะหมดเวรหมดกรรมซะที
     
    อารมณ์ดี ชิลไปได้ก็จริง แต่เครียดที ก็ฉิบหาย
    ธาตุไฟแตก สลายวิทยายุทธ์หมดเลยว้อยยยย !!
     
    อยากระบาย
    แต่ไม่มีโถส้วมส่วนตัว
     
    เพราะงั้น ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน
     
    ก็ระบายใส่ตัวเองแล้วกัน หอมดี !!
    December 03

    ย้ายบ้านแล้วครับ

    ก็ถ้าใครอยากตามติดอ่านผลงานเขียน(บ่น)ของผมต่อก็กรุณาแวะไปที่
    Comment is appreciate Krub
    ขอบคุณครับ
    November 04

    ภาษาผู้ชาย หัวใจผู้หญิง

     
    เรื่องของคนสองคน
     
    ต่างที่
    ต่างถิ่น
    แต่มาบรรจบกัน
     
    เรื่องง่ายๆก็เกิดขึ้น
    "ทะเลาะกัน"
     
    เมื่อผู้ชายมักจะใช้อารมณ์
    ผู้หญิงมักจะโต้กลับด้วยเหตุผล
     
    เมื่อพูดกันคนละภาษา
    ก็เกิดเรื่องขึ้นมา
    แน่นอน
    เกิดความไม่เข้าใจกัน
     
    ผู้ชาย(อย่างเรา)จะนึกขึ้นมาได้ว่าไม่ควรจะใช้อารมณ์
    ไม่สบายใจ ที่ใช้อารมณ์ทำให้อีกฝ่ายเสียใจ
    เลยพูดด้วยเหตุผล
    แต่ผู้หญิงก็มักจะอารมณ์ขึ้น และกลายเป็นพูดภาษาอารมณ์ตอกกลับมา
     
    มันเลยกลายเป็นพูดกันคนละภาษาอีกครั้ง
     
    พูดกันไม่เข้าใจ
    เหมือนพูดกันไปคนละเรื่อง
    เหมือนพยายามอธิบายเรื่องผี วิญญาณ ที่พิสูจน์ไม่ได้ให้นักวิทยาศาสตร์ฟัง
     
    ท้ายที่สุด
    ผู้ชายตัดบทพูดด้วยภาษาอารมณ์ด้วยคำว่า... วางเหอะ พูดไปก็ไม่เข้าใจ
    ผู้หญิงมักจะไม่ยอมแล้วจะพูดด้วยภาษาเหตุผลอีก (เหมือนนึกได้อีกครั้ง)
     
    ยื้อแย่งกันเพราะต่างฝ่ายต่างอยากให้ยอมไปตามทางของตัวเอง
    ซึ่งแน่นอน มันฝืนใจอีกฝ่าย
    เหมือนชายอยากเลี้ยวซ้าย แต่หญิงอยากหักขวา
     
    สติ เป็นสิ่งสำคัญที่สุด
     
    จาก ชายหวังดีคนหนึ่งที่เพิ่งออกจากโรงพยาบาล
     
    July 18

    my word = my world

    " A gracious word may smooth the way;
    A joyous word may light the day.
    A timely word may lessen stress;
    A loving word may heal and bless.
    A careless word may kindle strife;
    A cruel word may wreck a life.
    A bitter word may hate instil;
    A brutal word may smite and kill."
     
    ~ Anonymous
    July 12

    โศก

    มันประหลาดในค่ำคืนนี้
    ที่กูต้องกลายเป็นคนมีเหตุผลเหมือนไม่ใช่ตัวกู
    บ้าๆบอๆ ตามประสา มันคือตัวของกู
    แก่นแท้ตัวจริงกูแล้ว คือกูไร้เหตุผลสิ้นดี
     
    เฮ้อ !! เหนื่อยใจ กูไม่ได้เครียดเรื่องเพื่อนมานานแล้วล่ะ
     
    อะไรวะ... แค่บล้อกเกลียดคนทำให้กูได้ศัตรูหลายคน ซึ่งแท้ที่จริงแล้วแม่งไม่ใช่ตัวการเลยซักคน
    ซึ่งแน่นอนตัวจริงยังเดินลอยชายอยู่ไม่รู้เรื่องเล้ย !!
    July 11

    คือว่า

    เกลียดคนคนหนึ่ง
    แบบไม่มีสาเหตุ
     
    เอ้ะๆ
     
    ไม่ใช่สิ
    เพราะมันทำให้เราเกลียดโดยที่มันไม่รู้ตัวต่างหาก
     
     
     
     
    ชั้นคิดว่าตัวเองเกลียดคนยากแล้วนะเนี่ย :(
    July 09

    ตี 4 กับอีก 41 นาที

    บ้าที่ซู๊ดดดดดดดดดดดดดดดด
    อีกไม่กี่ ชม. ก็ต้องไปเรียนแล้ว ยังไม่ได้นอนเลยเฟร้ย
    วัฏจักรอุบาทว์กลับมาหาอีกครั้ง ไม่เอาน๊า
    จะนอนก็กระไรอยู่ นอนไปแล้วไม่ตื่นแน่ๆ
    ไม่ได้เราต้องตั้งสติ
    ไม่ได้อีกแค่สองชม. ก็ได้ไปมหาลัยแล้ว ไม่ได้ๆๆ
     
    ต้องตัดใจ
    ตัดใจ
    เล่นเกมโต้รุ่งงงงงงงงงงง ยะฮู๊ว
     
     
     
     
     
     
     
     
    (ผ่านไปสิบนาที)
    ไปกองอยู่บนเตียงเรียบร้อย
    July 01

    ศึกชิงนม

    สวัสดีมิตรรัก
    วันนี้เรามาในหัวข้อ "ศึกชิงนม" หัวข้ออาจจะแปลกหน่อยนะ ลองอ่านกัน
    เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาได้ไปศูนย์สิริกิตกับบี ซึ่งชื่องานมันชื่อ งานสหพัฒน์ ( ซักอย่างนะ แต่อ่านว่า สะ-หะ-พัด นี่แหละ )
    ซึ่งก่อนไปเราเองก็ไม่รู้ว่างานอะไร เดินทางไปด้วยรถไฟฟ้า ห้าป้ายก็ถึง เดินออกจากรถตอนซัก สิบโมงครึ่งได้ คนเยอะเหมือนกัน น้อยกว่างานหนังสือนิดหน่อย
    แต่ขอย้ำนะว่าไป "วันศุกร์" ซึ่งมันเป็นเวลางานด้วยที่ไปน่ะ
     
    พอเข้าไปตรวจกระเป๋าหาระเบิดตามธรรมเนียมเรียบร้อย...
    เราก็มองแผนที่ของงานนี้ทันที  เห็นโลโก้เด่นๆสองสามอัน  ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ วาโก้ (มีสองบู๊ท) กาย(หรือกี)ลาโร้ช (ไม่รู้อ่านแบบนี้หรือเปล่า) สปีโด้ และอื่นๆ ซึ่งประกอบด้วยชุดชั้นในมากมาย
     
    เดินเข้าไปบีแวะซุ้มวาโก้(เพราะมันอยู่ซุ้มแรก) บู๊ธสองสามบู๊ธติดกัน ที่เต็มไปด้วย ยกทรง ชั้นในหลากสี หลากรูปทรงให้เลือกมากมาย
    ไม่มีสาวสวยเดินตามงานนี้แน่นอน มีก็แต่... พวกรุ่นป้าน่ะ 
    ป้ามีหมด ไม่ว่าจะเป็น ป้าโรงงาน ป้าออฟฟิศ ป้าพนักงานรถไฟฟ้า ป้ากินเงินเดือน และอีกสารพัดป้าฯ ที่คุณๆจะนึกออก
     
    ป้าบางป้า... ก็หน้าหนาชะมัด หยิบสินค้าทั้งหมดจากที่แขวนไว้ มากองกับพื้นข้างๆ ... ไม่ได้เหมานะ เพื่อเลือกว่าตัวเองจะใส่ตัวไหนดี  คือ เลือกแค่บางตัวแต่เอาไปหมด
    ป้าบางป้า... ก็อีกนะ เลือกมากดูแล้วดูอีก ซึ่งดูแต่ไม่ซื้อ ดูอย่างเดียว บังคนไปอย่างงั้นแหละ
    และอีกหลายป้าๆ ที่พฤติกรรมพวกแกแสนจะน่ารังเกียจ (สำหรับเรา )
    มันอาจจะเป็นเพราะว่า ซื้อสองแถมหนึ่งก็ได้มั้ง คนเลยเยอะมากและสันดานคนก็เริ่มออกน่ะ
     
    พอบีได้ตัวที่ถูกใจเสร็จก็ต่อคิวซื้อ ซึ่งเราจับเวลาล่ะ 50 นาที คือยืนต่อคิวก่อนได้จ่ายเงิน ขณะที่จ่ายเงินเสร็จเวลา 11.50น. (มันยังไม่พักเที่ยงของคนทำงานเลยด้วยซ้ำ)
    ระหว่างต่อคิวนี่หละ พวกป้าแกงสเตอร์ ป้าสตอเบอรี่ และอีกหลากหลายป้า ซึ่งหน้าพี่แกหนาสุดๆ พอต่อคิวแล้วพยายามชะโงกแล้วชะโงกอีกเพื่อหาพรรคพวก หากเจอปุ๊บพวกขบวนป้าๆนี่ก็จะไปแทรกแซงคิวทันที (โอ้แม่เจ้า) พร้อมกับทำหน้าเหมือนไม่รู้เรื่องอะไร แต่ตอนพี่แกต่อคิวอยู่ด้านหลังนี่บ่นแล้วบ่นอีกว่าแถวไม่ขยับ... ก็เพราะพวกมึงนี้แหละทำให้แถวมันไม่ขยับน่ะ
     
    ซื้อเสร็จจะไปซื้อ กกน กีลาโร้ช จำได้ว่ามันกกน.ผู้ชายนะ ... ก็ป้าสารพัดป้านี่อีกแหละ มารุมทึ้งรุมจับรุมบีบ กกน. ถ้าเป็นของจริงคงบวมหรือไม่ก็ช้ำตายห่าไปแล้วล่ะ
    เห็นแล้วก็หมดอารมร์ไม่ได้ซื้ออีก วืดไป จ๋อย
     
    ลงมาชั้นล่าง เจอซุ้มวาโก้ซุ้มยักษ์ รอบๆซุ้มติดด้วยเชือกตาข่ายจากพื้นถึงเพดาน
    มีพวกป้าสารพัดฯ เช่นเคย ไปรุมจับ ขยำนม ได้ทรงรึเปล่าไม่รู้ แต่รุมขยำจับ บีบ ทึ้ง กันอย่างเมามันส์ รอบๆกองนม จะมีป้ายบอกเลขหมายว่า 60 65 70 75 ซึ่งเราเองก็ไม่รู้หรอกว่าคืออะไร คงเป็นรอบอก รอบพุง รอบอะไรซักรอบละมั้ง ซึ่งแต่ละหมายเลขไซส์ของป้าฯ ก็จะแตกต่างกันไป แต่เราเองก็ไม่อยากสังเกตอะไรมากหรอกนะ เอียนนมแล้วอ่ะ
     
    เคยดูในหนังจะเห็นพวกแม่บ้านรุมเข้าไปตอนลดราคานะ นี่ก็คงจะเป็นสถานการณ์จริง งาน สะ-หะ-พัด ที่ว่านี้ มันก็ไม่แตกต่างจาก "ศึกชิงนม" ของพวกป้าทั้งหลายเท่าไหร่นักหรอก...
     
    ปล. เฮ้ แต่สาวสวยก็มีนะ อัตราส่วนประมาณ 200ป้าแก่ : 1สาวสวย น่ะ
     
    June 03

    วันมีกลิ่น

    วันนี้เป็นวันอาทิตย์ที่เรามักจะนึกว่าเป็นวันสุดท้ายของการพักผ่อน
    และทั้งๆที่เราต้องเรียนทุกๆวันจันทร์และส่งงานทุกๆวันจันทร์เช่นกัน ทำไมถึงเราจะบังคับให้หลอกตัวเองว่า เมื่อได้รับงานแล้ว สมมุติว่าวันศุกร์คือวันอาทิตย์ก็แล้วกัน
    จะได้ไม่ต้องมานั่งลำบากลำบน ไฟลนก้นอีก
    แต่ความจริงคือเราหลอกตัวเองไม่ได้ เพราะวันศุกร์ก็เป็นวันหนึ่งที่มีกลิ่นอายไม่เหมือนกับกลิ่นของวันอาทิตย์
    วันศุกร์กลิ่นของวันจะออกเป็นแนวหอมหวาน ชวนฝัน สนุกสนาน ชวนสบาย ซึ่งมันไม่ใช่กลิ่นของวันอาทิตย์เลย
     
    เป็นที่น่าแปลกที่ว่าวันอาทิตย์แม้ว่าจะเป็นวันที่คนทำงานหรือคนที่เรียนส่วนใหญ่ได้หยุดพักผ่อนกัน แต่กลิ่นของวันอาทิตย์กลับไม่ออกเป็นแนวเช่นนั้น
    มันออกเป็นแนวที่ว่าทุกคนต้องปลงตก เพราะวันรุ่งขึ้นคือวันจันทร์ เป็นวันที่ทุกคนต้องกลับเข้าสู่โลกแห่งความเป็นจริงอีกครั้ง
    แม้ว่าจะมีวันหยุดสามวัน ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ แต่อารมณ์นั้นมันคนละ Feel กันเลย
     
    เรื่องของเรื่องก็คือวันนี้วันอาทิตย์พรุ่งนี้กำหนดส่งงาน
    เราพยายามจะนึกให้ได้ว่า วันศุกร์ และวันเสาร์ คือวันขีดเส้นตาย
    แต่กระนั้นแล้วมันก็ทำไม่ได้ อดใจไม่ได้ที่ต้องปล่อยตัวปล่อยใจเผลอไปเลยตามเลย
    สุดท้ายแล้วแม้ว่าจะไม่อยากทำแค่ไหนก็ฝืนธรรมชาติไม่ได้ว่า วันนี้คือวันอาทิตย์
    วันอาทิตย์มีสีแดง
    อาจเป็นเพราะว่ามันเป็นสีแดง ที่บอกให้เราหยุด หยุดเพื่อที่จะเตรียมตัวเตรียมใจเพื่อสู้กับอาทิตย์ต่อไปก็ได้กระมัง...
    May 29

    สุด สุด ไปเล้ย บ่น บ่น บ่น

    เปิดเทอมแล้วเฟ้ยยยยยยยยยยยย 
    ฮ่าๆ ไม่ต้องอิจฉากูหรอก ที่กูได้เรียนต่อ น่าเสียดายแทนพวกแกที่ต้องรีบจบไปทำงานกันก่อนแล้ว !!
    กูขอนอนเล่นกลิ้งเล่นอยู่ในมหาลัยต่อซักสองสามปีแล้วค่อยออกไปเผชิญโลกกว้างแล้วกัน
     
     
    วันแรกมีเรื่องเล่าให้ฟังว่ะ
     
    นั่งรถตู้ตอนเช้า แม่งดีใจโว้ยไม่ได้นั่งมาหลายเดือนมีแต่รถใหม่ๆให้กูนั่ง
    ซื้อตั๋วจ่ายตังค์เสร็จนั่งรอในรถแม่งเพิ่งรู้สึกตัวว่าโดนรมกลิ่นน้ำมันอย่างแรงประมาณครึ่ง ชม. ในรถ
    กูจะตายให้ได้ !!
     
    โอเคถึงมหาลัยนั่งกินข้าวซักพัก ค่อยๆลากขาและพุงขึ้นชั้นห้าไปเรียน ETHIC
    เรียนจริยธรรมช่วงเช้า กับบราเดอร์ ที่เค้าบอกเป็นไปได้อย่าลงเลย
    ก็ดันได้ลงอีก เหมือนเรียนแล้วกูจะเป็นคนดีมากขึ้น
    เค้าแนะนำให้ซื้อหนังสือที่เค้าเขียนเอง แม่งหน้าปกเป็นรูปพระอาทิตย์ตก ดูแล้วกูปลงอย่างแรงเหอะ!!
    เข้าไปแล้วได้ยินแค่ว่าจะเรียนเรื่อง การค้นพบตัวเองล่ะมั้ง Who am I อะไรเทือกนี้
    เขาบอกว่าได้ A ก็ดีนะ แปลว่าเข้าใจเนื้อหาทั้งหมด ถือว่าเยี่ยม
    C ถึง B แม้ว่าจะเก็บรายละเอียดได้ไม่หมดก็ตามแต่ก็ยังใช้ได้ !!
    " เกรดไม่สำคัญหรอก สำคัญที่ว่าเราจะได้อะไรจากวิชานี้บ้าง "  ซึ่งพอพูดจบแล้วไอเมฆทำท่าส่ายหัวทันที
    วันนี้เราเรียนเรื่อง WHO AM I และ อะไรคือ เอธธิก ? พอบราเดอร์พูดจบซักพัก
    มือถือกูก็สั่น มี MSG จากเพื่อนที่นั่งไกลๆว่า "กูจะเป็นบ้าแล้ว"
    จบคลาสพร้อมเสียตังค์ค่าหนังสือ ปลงตกชีวิต 210 บาท เผื่อว่าชาติหน้ามึงจะได้เกิดมาเป็นคนดีๆกับเขาเพราะบราเดอร์แกบอกว่า You have to know what your teacher like and yes!! I like student who have BOOKS ( because you wrote those!! Suck!! )
     
     
    พักชม.ครึ่ง ไอเมฆชวนไปแดกไอติมรอ เลยแดกสเวนเซ่น 59 มั้ง
    โอเคมันใส่จานเหมือนไอ้ บานาน่า สปริตมาส่ง แม่งราคาของตกฮวบเลย แดกไปสักพักสังเกต
    ก้อนไรดำๆวะ ชอคโกแลตไรโคดใหญ่ แดกไปเลยรู้ กล้วยเคลือบชอคโก้
    ทีนี้ละแม่จ๋า กูเกลียดกล้วยตั้งกะรู้ว่ามันใช้กล้วยกับทุกรายการในเมนู 59 -"- เขี่ยทิ้งให้หมดๆๆๆ
     
     
    ต่อมาเรียนวิช่วลโดนมั่วรวม Sec เข้าด้วยกัน ฮา ความรู้สึกเหมือนโดยลอยแพแล้วเจอเกาะสัตว์ประหลาด
    เสือกลอยมารวมกับพวก CG กูอยากจะหนีไปไกลๆพวกนี้
    โดยเฉพาะไอ้คนที่บอกว่างานง๊ายยยยยยยยง่ายยยยยยยยย ทำเสร็จก่อน กูละเกลี๊ยดดดเกลียดดด ข่มกูจริ๊งงงงงงง
     
    เริ่มเรียนวันแรกก็สั่งงานละ สั่งงานมาทีจะบร้าตายขอกรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด ดังๆซักหลายที
    หลังจากทำใจได้ว่ากูคงต้องทำไรซักอย่างเพื่อเอาตัวรอด ไอเจ้าตัวแสบ ก็เดินมาข่มทันที
    "กูไม่นึกเลยว่างานชิ้นแรกมันจะง่ายปานนี้ ราวกับเอามาชเมล่อนโยนเข้ารูจมูก" แสรด รอทีกูบ้างไอ้พวกขโมยความคิด!! รอก็รุ่ง(หรือร่วง)ก่อนเถอะ !!
     
     
    ต่อจากนั้นเรียนวิชา VIDEO PRODUCTION
    กูละเกลียด ไอ้หัวเห็ดจริงว้อยยย รู้มากรู้เยอะ รู้เทพ !! วางมาดอีกต่างหาก -"- ตั้งกะโฟโต้ล่ะ
    รวมกับพรรคพวกโอตาคุนั่น โอ้ยยยยยยย ชีวิตประชาชี อย่าให้ต้องเจอกับตัวเอง
    "หลังจากจบวิชานี้ทุกคนจะได้มีหนังสั้นเป็นของตัวเองล่ะ ฮ่าฮ่า" อ.เมนุส หรือ เมนัสนี่ล่ะกล่าว
    แล้วให้ดูหนังสั้นเรื่องหนึ่งที่มีผู้ผลิตหลายคนพยายามประดิษฐ์ของด้วยวัสดุบ้านๆนั่นแหละ จุดประสงค์คืออยากบอกให้รู้ว่าไม่จำเป็นต้องมีทุนหนา ก็ทำหนังดีๆได้
    แต่กูไม่อยากจะบอกว่า กูยังไม่มีตังค์ซื้อ กล้อง เลยว้อยยยยยยย
     
    หลังจากดูหนัง BAD TASTE (ที่ทั้งเรื่องมีแต่หัวขาดสมองไหล แล้วก็เหมือนเอาขวดโทเมโท้มาบีบสีแดงให้ดูอุบาทว์) ห่าฝนก็ตกกระหน่ำลงมาไฟดับ แม่งด้วยความที่ว่าไม่มีร่มไม่มีแฟนขับรถมารับ และไม่มีรถให้ขับ
    ไอ้ชาวบ้านคนนี้เลยต้องวิ่งฝ่าฝนออกไปอย่างกับเล่น MV (แต่พระเอกหน้าเน่าว่ะ) เพื่อที่จะหาไรแดก
    ก็ปรากฏว่าไปลงเอยที่ร้านเย็นตาโฟตรงข้ามแว่นบิวตี้ฟูล ซึ่งกูเคยบอกกับเพื่อนกูแล้วว่าอย่าชวนกูมาแดกข้าวมันไก่ที่นี่อีกเด็ดขาด เพราะไก่แม่งโคดดดดดด แบน และราคาโคดแพง ซึ่งไอข้าวมันไก่ที่ว่านี่เป็นร้านเดียวกับเย็นตาโฟ โอเคเลิกเกือบหกโมงไม่มีไรกินฝืนใจสั่งเย็นตาโฟ(ซึ่งมีแต่ก๋วยเตี๋ยวขายแล้วตอนนี้) แดกไป ฝนตก เสื้อเปียก อาหารกร่อย ป้าดดดดถ่อ โยนเงิน 50 บาท แดกข้าวแกงดีกว่า ร้านนี้ทำอะไรก็ห่วย -"-
     
    แดกข้าวเส็ดเพื่อนเกลอพ่อมารับรีบขึ้นรถกลับบ้าน ดีโว้ยมีคนมารับ ฝนแม่งตกซ่าๆ เราเองก็ไปต่อไม่ได้
    เลยโทรศัพท์คุยรอ คุยๆอยู่รู้สึกคันคอขึ้นมา อาไรหว่าหรือคิดไปเอง
    รู้สึกอีกที อะไรไต่คอกูวะ ป้าดถ่ออออออออออ กาจั๊วะ ตัวดี
    มือหนึ่งก็ถือโทรฯ อีกมือถือของ กูจะปัดยังไงดีวะ
    ร้อนรนหมุนตัวไปมาพยายามสะบัดให้มันร่วง
    ไอตัวนี่มันเก่งมากสมแล้วที่รอดมาจากยุคไดโนเสาร์ ไม่ว่ามึงจะเขย่าตัวเท่าไหร่ มันก็ไม่มีทางหล่นจากตัวมึงได้เด็ดขาด หากมึงคิดเอี้ยวซ้ายมันก็จะวิ่งไปทางขวา โอ้วแม่ กูหมุนตัวกลิ้งอยู่ตรงนั้นนานมากกกก เพื่อจะเอาไอดำทมิฬตัวนี้ออกไปก่อนที่มันจะบุกทะลวงถึงจุดยุทธศาสตร์ ...
     
    ป้าคนหนึ่งก็เดินมาเอามือตบหลังหลายๆที
     
    "แค่แมลงสาปน่ะ"
     
    เราก็ "เอ่อ... (รู้แล้วว่ามันเป็นอะไรแล้วก็เห็นป้ามองค่อนข้างนานกับการที่เราหมุนตัวพยายามจะเอาไอตัวนี้ออกจากตัว)"
     
    สงสัยทนความอดสูไม่ไหว + สงสารเลยมาช่วยปัดให้ก็.... " เออขอบคุณมากๆครับ "
     
    รอดตัวไป ฝนเริ่มซา เลยเดินตากฝนหวังว่าจะได้ขึ้นรถตู้กลับบ้าน
     
     
     
    แต่แล้ว
     
     
    รถไปสี่พระยาไม่มีอะน้อง รอก่อน 
     
    คือรอก่อนของมันเนี่ยคือ ฉันเป็นคนแรกที่ได้ไปรอ และรถทั้งคันมีประมาณ 16 ที่นั่ง เวลาขณะนั้นประมาณ 6.30น. รอนานเป็นชาติแน่ถ้าต้องนั่งแกล่วงรอคนเดียวตัวเปียกขนาดนี้........ เออ ได้นั่ง TAXI ๆ กลับ
    เปิดกระเป๋าตังค์ดูเหลือไม่ถึง ร้อย  ข้อนี้เลยตัดไป กระเป๋าแหก ไส้กิ่ว ความอิ่มไม่ได้ทำให้มึงถึงบ้านได้ (เพราะเสือกกินเย็นตาโฟ) เดินไปนั่งรถสองแถวออกไปหน้ารามก็ได้
     
    ปรากฏ
     
    รถติดยาวมาก คิดว่าประมาณครึ่งชม. คงจะถึงปากซอย
     
    งั้น
     
    นั่งมอไซค์แล้วกัน 15 บาทไวหน่อย เดินไปถึงคิวมอไซค์ คนรอต่อแถวสิบกว่าคิว จะเป็นลม
     
    ทำใจเดินกลับไปที่รถตู้นั่งหน้าบูด ท้องปั่นป่วนเพราะอาหารเป็นพิษ รอจนคนเต็มทุ่มกว่าๆ ขึ้นรถกะว่าเหนื่อยจังทำไมวันนี้ซวยอย่างนี้ ขอหลับเอาแรงก่อน ดันปรากฏว่า คนขับรถ ไม่รู้ทางอีก และคนในรถก็ไม่รู้เหมือนกันเพราะเป็นเด็กปีหนึ่ง
     
    ซึ่ง !!
     
    แทนที่กูจะได้นอนกลับต้องคอยบอกทางส่วนเด็กปีหนึ่งอ่านการ์ตูนและนอนหลับอย่างสบาย
     
    โอเคขอบคุณพระเจ้าที่บรรดาลให้อีก ชม.ครึ่ง ต่อมากระผมถึงบ้านอย่างปลอดภัย -"- !!
     
    เปิดเทอมนี้มีแต่อะไรน่าประทับใจจริงว้อย !!
     
    May 12

    something you can feel in the air

    ความรัก
     
     
    ไม่ใช่
     
    สิ่งที่ไกลตัว
    เกินจะไขว่คว้า
     
     
    หากแต่
     
    มันเป็นเรื่องที่ยากกว่า
     
    ที่เราจะรู้จัก
    และ
    เข้าใจมันอย่างแท้จริง
     
    หากวันนี้
    ยังมีโอกาสที่จะรักษามันไว้
     
    ก็จงทำเถอะ
    ก่อนที่จะเสียมันไป
     
    มันเป็นแค่
    เส้นบางๆ
    ที่
    ____________________
    ขีดคั่น
    ____________________
     
    ระหว่าง
     
    ความรัก
    และ
    ความเข้าใจ
     
     
    **************************
     
     
     
     
    วันเกิดปีนี้
    ขอให้
    มีความสุขนะ
    April 25

    สวัสดี... Summer

       สวัสดีตัวฉัน หน้าร้อนปีนี้ช่างร้อนอบอ้าวเหลือเกิน ร้อนชนิดที่ว่าออกจากบ้านแล้วกูต้องเหลวเป็นน้ำแน่นอน ให้ตายสิ !!
       ปิดเทอมหน้าร้อนปีนี้ผ่านไป(ค่อนข้าง)เร็ว หลังจากที่ได้ลองไปฝึกงาน(นั่งเล่น) ที่บริษัทหนึ่งมาแล้วทำให้ได้อะไรหลายๆอย่าง โอเค แนวคิด การทำงาน ... ฯลฯ แต่สิ่งสำคัญคือไม่ได้เงิน ค่ารถไปกลับนะ (นี่แหละที่เซ็งมาก T^T) เหมือนกับไปนั่งเล่นเสียตังค์หนึ่งเดือนอะ... เอาเถอะ คิดในแง่ดีไว้ประสบการณ์ชีวิต... ประสบการณ์
       เทอมหน้ากำลังจะมาในอีกไม่ช้าเท่าไรนัก เพื่อนๆจากเทพศิรินทร์ และเพื่อนๆชาววิทยาศาสตร์ คอมพิวเตอร์ เอแบค... ขอแสดงความยินดีด้วย ที่เรียนจบในปีนี้ รับปริญญากันทุกคน ถ้าตัวฉันเองได้อ่าน blog นี้ ฉันจะไม่คิดจะย้ายคณะอีกเลย (ฮึ ฮึ) แม้ว่าการได้เรียนสิ่งที่ตัวเองเลือกมันดีแล้ว แต่อีกใจหนึ่งก็คิดไว้ว่ามันดีจริงๆหรือ คุ้มค่าแล้วหรือเปล่ากับที่ต้องเสียเวลาไปหลายๆปี
       เกรดเทอมที่ผ่านมาออกหมดแล้ว หากเพื่อนชาว Visual Comm คนใดหลงเข้ามา ฉันขอบอกว่าให้ไปดูได้ที่ตึก E ได้แล้วทุกตัวทั้งวิชาในและนอกคณะ ซึ่งตัวฉันเองเกรดเทอมนี้ก็ตกลงมาดั่งคาด และแน่นอนวิชาที่เป็นปลื้มที่สุดหนึ่งในนั้นก็คือ Book Design... ขอบคุณสวรรค์ที่ไม่ส่งให้ลูกกลับไปเรียนคอร์สนั้นอีก ข้าพเจ้าจะไปวัดทุกวันอาทิตย์***
       ***ในกรณีที่ตื่นทัน
       โปรแกรมออกกำลังกายเพื่อสุขภาพดำเนินการไปได้ด้วยดี ด้วยความช่วยเหลือจากบี ไม่เคยนึกสภาพที่ตัวเองจะต้องตื่นขึ้นมาในวันธรรมดาตอนตีห้าออกเลย ไม่นึกเลยว่าจะได้ไปเต้น เย้วๆ แถวสวนลุมฯ ตอนหกโมงเช้า ไม่นึกมาก่อนว่าการได้ไปวิ่ง(เดิน)รอบสวนลุมฯ มันทำให้ร่างกายดีขึ้นถึงเพียงนี้ ขอบคุณสวรรค์ที่ส่งให้เราให้มาเจอกัน
       คิดถึงเพื่อน ชาย หญิง สาว หนุ่ม เด็ก คนแก่ ที่เอแบคมากมาย หวังว่าเราคงได้เจอกันในเร็ววัน... มีเรื่องอยากเล่า อยากคุย มากมาย ข้าพเจ้าจะร่วมกิจกรรมทุกกรณี....
       คิดไม่ออกว่าจะอัพอะไร... แล้ว อ้อก่อนจบ ขอกล่าวคำว่า "สุขสันต์วันเกิด เฮียเชน และ เมย์49 ด้วยแล้วกัน"   
       ขอให้ทุกคนมีความสุขในความรักและทุกๆเรื่อง   
       ความรักน่ะมันเป็นสิ่งที่สวยงามนะ ไม่ว่าคุณจะรักใคร หรือว่าจะถูกใครรักก็ตาม.....
       ขอบคุณที่ทำให้เราได้มาเจอกัน !!
    December 22

    MeRRy ChRisTMAS

    เมอรี่คริสมาสทุกคนคร้าบ
    ปีนี้กูรักพระเจ้ามากขึ้น ตั้งใจไว้ว่าวันอาทิตย์นี้จะไปโบสถ์
    หลังจากที่ไม่ได้เข้ามาเกือบๆสองเดือน
     
    บล้อกครั้งที่แล้วแม่งหลุดโลกไปหน่อย พอดีติดอ่านไวท์โร้ดอยู่ แต่เล่มสุดท้ายดั๊น... ห้องสมุดไม่มีให้ยืม เลยเลิกเห่อไปละ
    ทีนี้ ออกจากโลกแห่งความฝันมาเข้าโลกแห่งความจริง เหมือนดูหนังแมทริก
     
    Welcome to the REAL world
    สาดดดดดดดดดดดด วันหยุดคริสมาส ปีนี้ !!! ของกู
    เหมือนกับ กูฝันร้ายตอนเช้าทุกๆวันและกูตื่นมาพบกับชีวิตที่กูต้องการในตอนกลางคืน!!!
    ยังมีพวกปีศาจสั่งลางวดสุดท้ายก่อนกูจะฉลองคริสมาสและปีหมูทองอีก
     
    สารพัดอย่าง !!! โปสเตอร์  แคทตาล๊อก  อะไรอีกวะ ... อ้อ หัวโขน อะไรอีกล่ะ อีกอย่าง อะไรน๊า ... อืมม... อ้อ กล่องน้ำผลไม้
    เช้ดสะโด้ ให้เวลาเหมือนเยอะเลย 1 อาทิตย์ แม่งให้เผาทุกอย่างเรยหรือไงหวะ
     
    แสดดดดดดดดดดดดด
     
    แสดดดด
    แสดด
     
    แสด
     
    แต่ยังไงก็ต้องทำ ปีใหม่นี้ กูต้อง ปรับปรุง ว้อยยยย
    เวลาสีทองของกู แทนที่จะได้นั่งเล่นเกม เปิดภาพสวยงาม และสูบบิท !!!!
    นี่มันไม่ใช่ช่วงเลาที่ซานต้ามาแจกของขวัญเด็กดีอย่างกูแล้ว
     
    มีแต่ปีศาจยิงห่างานมาหากูชัดๆ !!!
     
     
    วันนี้ตอนแรกว่าจะไปซื้อสีทอง ละมานอนอยู่บ้านกลิ้งๆเล่นเกม แต่เผอิ๊ญ เผอิญ แม่งหมูอ้วนบ้าเงิน ดันสั่งให้หาหนังสือ Design 20 เล่มอะไรนั่น
    กูเลยต้องเสียสละเวลาสีทองของกู ไปเพื่อห้องสมุดราคา 400 บาทที่กูต้องโดนบังคับให้เข้าเป็นครั้งที่ 2 !!
     
    แม่งตอนเช้านึกว่าไอเมฆจะมาหาด้วยกัน มาปุ๊บแดกเบอร์เกอร์คิง กลับบ้าน
    ไอเชี่ยยยยยย  มาช่วยกูหาก่อนสิว้อยยยยย
     
    "เด๋วรถติดพ่อกรูบอกให้รีบกลับ"
     
    ตรูดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
     
    แม่งนั่งทู่ซี๊กับไอกบ ตั้งแต่เที่ยง ถึงบ่ายสามครึ่ง
     
    ไอกล้องเฮงซวยก็เสือกแบตหมดอีก
    แม่งถ้าแบตไม่หมดนะ กูจะถ่ายคนเดียวเก็บคนเดียวเรยแสดดด
    นี่ต้องพึ่งใบบุญกบ เลยต้องจ่ายส่วย ทำพันธะสัญญากับมันไป
     
    "เฮ้ย กูขี้เกียจจดแล้ว ขอรูปกับที่มึงจดหน่อยละกัน"
    ห่า จะไม่ให้ก็ไม่ได้ งก อีกเพราะเอากล้องมันมาใช้ โอเค ยอมจ่ายส่วน ไปสิบกว่าเล่ม
     
     
    และด้วยความใจกว้างของกรู ทุกอย่างก็จบลงด้วยดี
     
    เออ พอก่อน
     
    เมอรี่คริสมาส
     
     
     
     
     
     
    November 14

    Till the end of Time . . . (1)

    ลมที่พัดมาเอื่อยๆ... บนปุยเมฆสีขาว ที่กระจุกรวมกันเป็นก้อนราวกับเป็นสำลีก้อนบางๆ เพียงแต่แฝงไว้ด้วยน้ำหนักที่แปลกประหลาด บางทีก็เบาเหมือนขนนกแต่บางทีก็กลับมีน้ำหนักเหมือนปุยนุ่นอัดแน่น พวกมันรวมกันเหมือนเป็นก้อนนุ่มนิ่มที่ไม่สามารถกินได้.. แต่สามารถโดดขึ้นไปพักเอาแรงหรือจับมาปั้นเหมือนสายไหมได้ ในยามนี้ สิ่งสาธารณูปโภคไม่ว่าจะเป็นเครื่องผลิตอากาศเย็นสบายตลอดวันโดยใช้พลังงานไฟฟ้าจากโลกมนุษย์ หมอนข้างสารพัดนึกที่สามารถแปลงเป็นรูปทรงอะไรก็ได้ตามแต่เจ้าของต้องการ และของอีกสารพัด ได้หายไปหมดสิ้น ราวกับผีสาปส่ง พระเจ้าโกรธาดลมันดาลให้สิ่งแวดล้อมแปรปรวน ไม่ว่าจะเป็นลมที่เคยพัดสบาย กลับกลายเป็น แสงอาทิตย์ที่ร้อนแรงพร้อมที่จะเผาผลาญหน้าของสวยหน้าหมวยขาวให้กลายเป็นสีแทนได้ภายใน 7 วัน หรือแม้กระทั่งนางแบบสาวระดับโลก เบลลั่ม จากหน้าที่เคยใสไร้มลทินกลับกลายเป็นมีริ้วรอยจุดด่างดำและเต็มไปด้วยสิวเสี้ยนบนใบหน้าของเธอ ซึ่งสาเหตุนี้ทำให้เธอหัวเสียได้เป็นวันๆกับคนรอบข้างที่ใช้สายตามองเธออย่างไม่รู้ตัว เธอจะตอกกลับด้วยตาที่ขวางอย่างที่อยากให้คนที่มองหน้าเธอรู้ให้ได้ว่า คุณต้องรีบเบนสายตาหันไปทางอื่นเดี๋ยวนี้ไม่งั้นแกหัวขาด !! เหตุการณ์ยังคงดำเนินต่อไปซึ่งแม้แต่แหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือได้ถึงขนาดอุบข่าวเงียบไม่ยอมปล่อยข่าวออกมา แม้เรื่องราวในโลกใบนี้จะเกิดขึ้นอย่างโกลาหลสารพัด ยังมีมนุษย์หนุ่มคนหนึ่งรูปร่างไม่สูงไม่เตี้ย หน้าตาธรรมดา กับเพื่อนของเขาอีกคนหนึ่งซึ่งละม้ายคล้ายกับเทพจำแลงมาเป็นมนุษย์ ยังคงต้องใช้กรรมบนโลกต่อไป ...
     
    และเมื่อวันจันทร์เช้าวันใหม่ของสัปดาห์ก็มาถึง ที่มหาลัยแห่งหนึ่งยังคงเนืองแน่นเต็มไปด้วยผู้คน ทุกมุมของมหาลัยจะสามารถสังเกตได้ว่ามีคนจับกลุ่มหลายกลุ่มด้วยกัน บ้างก็เป็นชมรมสัพเพเหระ หรือบ้างก็เป็นหนุ่มๆสาวๆ นั่งเม้าท์แตกกระจายโดยไม่สนว่าใครจะรับฟังสิ่งที่ตนพูดหรือไม่ ขอให้ได้พูดก็พอแล้ว หรือแม้แต่สาวน้อยหนุ่มใหญ่เดินเคียงคู่ หรือนั่งจู๋จี๋กันตามม้านั่งหินอ่อน ใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ กลับกลายเป็นว่ายังมีคนอยู่กลุ่มหนึ่งซึ่งผิดแผกจากใครรวมอยู่ในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ด้วย
    " สาธุ กูขอให้วันนี้ไม่มีการบ้าน .... " เจ้ส พูดอย่างหัวเสียขณะที่เขากำลังเดินทางผ่านชายหนุ่มหญิงสาวกลุ่มใหญ่หน้าตึกวิชาการภาษาอังกฤษ เจ้สคือเด็กหนุ่มที่ธรรมดาที่ได้กล่าวไปข้างต้น รูปร่างตัวไม่สูงถึงขนาดเรียกได้ว่าเตี้ย ไม่มีลักษณะของเค้าความที่เรียกว่าดูดีได้เลยแม้แต่นิดเดียว
    " ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ดีน่ะซี  กูจะได้รีบกลับไปจุดต่อ " ชายอีกคนตอบ เขาเป็นคนรูปร่างสูงเลยทีเดียว ผมหยิกที่เจ้าตัวเรียกติดปากว่าหยักศกตามธรรมชาติดูเหมือนไม่ได้ช่วยให้ความฝันของเจ้าตัวที่อยากผมเรียบเป็นจริงได้เลยแม้แต่น้อย
    " สงสัยจริงๆว่าคาบนี้มันจะให้กูทำอะไรอีก... " เจ้ส ถอนหายใจอย่างหมดหวัง
    " เอาล่ะเพื่อน และนี่พวกเราก็นั่งอยู่ในห้องนี้มานานเกือบเกินครึ่ง ชม.แล้ว .... ถ้ามันมากกว่านี้อีกแค่สิบนาที ก็แปลว่าคลาสวันนี้แคนเซิ่ล " มิกกี้พูดราวกับอยากให้มันเป็นจริง
    " ไชโย !! " เจ้สคิดในใจ วันนี้เขาคงจะได้กลับบ้านไปทำ "จุด" อย่างที่มิกกี้บอกแน่นอน 
    จุดที่ว่านี้คือการบ้านวิชาหนึ่งของคณะ art-pow เป็นแขนงหนึ่งของการทำให้กล้ามเนื้อนิ้วมือสัมพันธ์กับมโนภาพที่คิด คุณต้องจุดเป็นล้านๆจุดกว่าคุณจะได้มาซึ่งรูปรูปหนึ่งที่ทุกคนคิดว่าใช้คอมพิวเตอร์ก็ปริ้นท์ได้ในราคา 1 บาท
     
    แอ้ด !!
     
     ''อ้าวว่ายังไง เป็นยังไงบ้างพวกคุณ"
     
    ราวกับความคิดของเจ้สที่กำลังเข้าสู่ห้วงแห่งความฝันกำลังพังทลาย !! เขากำลังคิดว่าหากได้ออกจากห้องนี้โดยไม่มีการเรียนการสอนก็คงจะเป็นเรื่องที่ดีไม่น้อย... เขากำลังคิดถึงภาพเขาได้นั่งกินสเต็กอย่างเอร็ดอร่อย และ ได้นั่งเล่นเกมส์ "ซีมูเลเตอร์ ออนไลน์" อยู่ที่บ้านได้อย่างสะใจ แต่บัดนี้เบื้องหน้าเขาเป็นชายหนุ่มวัยกลางคน ซึ่งเป็นผู้สอนวิชา เร็น-เด้อ-หริ่ง
    นี่เอง
    " เอาล่ะผมจะไม่พูดมากล่ะกันนะวันนี้ วันนี้เราจะมาศึกษาการวาดฉากแบบอนิเมชั่นกัน.... "
    เจ้สเริ่มรู้สึกว่าโลกแห่งความจริงช่างโหดร้ายและห่างจากความฝันอย่างสุดเอื้อม ประตูที่ผู้สอนเดินเข้ามาเป็นทางออกเดียวที่เขาอยากจะออกให้เร็วที่สุดเมื่อเสียงออด ดังหมดเวลา!!
    " ลองศึกษาวิธีใช้สี ทฤษฏีสี... โมโนโครมโซม ทฤษฏีสีไขว้ คู่แม่สี ..... "
    " เมื่อไหร่จะเลิกล่ะ " เจ้สถามมิกกี้ที่นั่งข้างเขาเมื่อเวลาผ่านไปประมาณสิบนาที
    " คงใกล้ล่ะ " มิกกี้ตอบ ราวกับเขากำลังคิดอย่างเดียวกับเจ้สว่าสิบนาทีนี้มันทรมานเหมือนเห็นสเต็กและของกินที่เขากำลังต่อคิวซื้ออย่างยากลำบากกำลังโดนคนชนและเหยียบอย่างไม่ชิ้นดี !!
     
    --- ผ่านไปหนึ่งชั่วโมง --- พร้อมกับบทสรุปกับการบ้าน ฉากในจินตนาการ โลกใต้ทะเลลึก หรือเมือง หรือ ซากเรืออะไรซักอย่างส่งวันศุกร์ . . .
     
     
     
    October 14

    สาระ

    สาระ
     
    คำพูดสวยหรู หรืออะไร กูก็ไม่มีหรอกนะ
    จะให้ตลกแบบคนอื่นเขา กูก็ไม่ได้
    จะให้กูมานั่งแข่งอะไรกับใครเขาก็ไม่ได้หรอกนะ
    อืม คือ สั้นๆว่า แต่ละคนมันก็มีดีคนละอย่างมันไม่มีทางเหมือนกันหรอก
     
    มองคนรอบข้าง จะทำให้แกรู้ว่า
    รู้ว่าพอจบมหาลัยไปแล้ว ชีวิตหรูหรา สบาย มันจะเริ่มหดหายไปละ
    รู้ว่าไอ้สี่ปีที่ผ่านมาก็แค่ประสบการณ์ชีวิตแค่นั้นเอง
    ของจริงมันอยู่ข้างนอกนู่น
    ต่างกับความฝันเยอะ
     
    จบมาตามสายที่เรียน ได้ทำงานตามสายที่เรียน ?
    น้อยว่ะ ที่ได้แบบนั้น ใครได้กูดีใจด้วยนะ
    พูดแล้วก็อยากจบเร็วๆแหะ ไม่น่า(โง่)ย้ายเลยยย ออกมาเร็วก็ได้หาเงินเร็วเท่านั้นแหละ
    ซึ่งแน่นอนชีวิตจริงของแกก็เริ่มขึ้นตั้งแต่แกจบแล้วเช่นกัน
    คือ
    ฝึกคิด ฝึกใช้สมองไปในทางก้าวหน้ากับชีวิตตัวเองล่ะนะ จะมาเล่นๆ เหมือนตอนนี้ไม่ได้อีกแล้ว
    ตอนนี้อยากหา "เงิน" จริง อยากหา "ของ" ที่จับต้องได้จริงๆ อยากหา "คู่" ของเราที่ยังมีอยู่จริงในโลกใบนี้
    มาครอบครอง
    อยากได้ไอ้เวลาที่เคยไร้สาระกลับมา
     
     
    เรื่องความรักบ้าง
    วันนี้คุยกับว่าที่วิศวกร ลาดกระบัง ญ (เหอ)
    เจ๊แกได้กล่าวกับคำว่าชีวิตคู่ว่า
    ขอเงินแปดล้านแล้วจะยอมแต่งงานกับผู้ชายด้วย ถือว่าเป็นค่าสินสอด
    อะโห สุดยอดไปเลย
     
    ข้อคิดจากเจีมีอยู่ว่า
    1. เจ๊แกคิดว่าผู้หญิงส่วนใหญ่ จะมีแฟนตัวจริงต่อเมื่อจบออกมาหางานทำต่างหาก !!
    2. ถึงแกจะหน้าตาเห่ยแค่ไหนแต่ไม่ถึงกับดูไม่ได้ แค่แกจบมาหางานทำได้แกก็หาเมียได้แล้ว !! เค้าดูกันที่บ้านหรือรถเฟ้ย
    และอื่นๆอีกมากมายละครับ เจ๊เปลี่ยนไปมากมายถ้าเปรียบเทียบกับตอน ม.ปลาย แล้วเทียบกันไม่ได้ซักนิดเดียวเหมือนคนละคนเลยให้ตายซี่ !!
     
    ส่วนเราคิดว่า
    การที่คนเราจะรักกันได้น่ะนะ ไอ้คำพูดสวยหรูที่ใครต่อใครบอกว่า ชั้นน่ะชอบแกที่นิสัย ไม่ได้ชอบที่หน้าตา เออ.. เชื่อไม่ได้
    เวลาเจอหน้าฝั่งตรงข้ามถ้าไม่มองหน้าจะให้มองตูดรึวะ
    ถึงนิสัยจะดีแสนดีสุดตีนประมาณเทพธิดา เทวา มาโปรดก็เถอะนะ
    ถ้าหน้าตา ไม่ได้คิดว่า พอรับได้ หรือโอเค
    จะมีซักกี่คนที่จะเอาเป็นแฟนวะเนี่ย
     
    คนที่อยากจะเขยิบจากคำว่าเพื่อนไปเป็นแฟนที่เหมือนเล่นหุ้น มีความเสี่ยงต้องพิจารณาดูดีๆ จากหลายองค์ประกอบ
    ต้องสำรวจดูสถานะการณ์ ทางการตลาด ว่าหุ้นที่แกจะลงมีความเสี่ยงมากน้อยแค่ไหน
    ถึงแม้ว่าจะมีบริษัทที่ปรึกษาไฟแนนเชี่ยลด้วยก็เถอะน่า
    ถ้าคิดว่าโอเคละ ลงทุนไปแล้วคิดว่าคนคนนี้ทำให้เรามีความสุขได้ เมื่อสำเร็จ แล้วเค้าใจกว้างพอ ที่ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เป็นแฟนกันแต่ก็ยังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันก็โอเค
    แต่ก็ต้องคิดเผื่อทางตรงกันข้ามด้วยล่ะนะ
    หากเหตุการณ์ทุกอย่าง พลิกผัน หุ้นล้มละลาย อาจจะไม่เหลือคำว่าเพื่อน มองหน้ากันไม่ติดก็มีเป็นกรณีศึกษา
    คนใจกว้าง กับ อีกประเภทที่ตรงกันข้าม... ต่างกันแบบสุดตีนเรย
     
     
    บ่น
     
    อยากเกิดเป็นผู้หญิงหน้าตาดี ว่ามันจะมีสภาพเป็นยังไง แล้วเวลาหลอกผู้ชายมันสนุกยังไง?
    อาจคิดว่าแปลก แต่อยากรู้ว่าพวกนี้คิดยังไงกัน
    ปล. กูไม่ได้มีจิตผิดปกติเพศแต่อย่างใด
    และถึงโดนมาแต่ไอ้การเอาคืนกับผู้หญิงคนอื่นนี่มันไร้สาระสิ้นดี !!!
     
    October 13

    ปิด

    ปิดเทอมแล้ว ปิดเทอมแล้ว ~~
     
    ปิดเทอมนี้ ได้ไปสยามวันละสามเวลา เช้า กลางวัน เย็นด้วย 
     
    อยากได้เสื้อ นศ กางเกง รองเท้าใหม่ - -+
     
    แต่งบโดนตัดยอดไม่มี อดทุกอย่าง T_T
     
    ไอยุ้ย กลับหาดใหญ่
     
    ไอเมฆ ซื้อฮาร์ดดิสใหม่ เพื่อบิทต่อ
     
    คนอื่นไม่รู้
     
    เผาส่งวันเดียว สามงานสนุกเช่นเคย  อ๊ะๆ ไม่ได้ต้องไม่เรียกเผา ต้องเรียกว่าทำอย่างดีที่สุดดีกว่า
     
    เจ้าพระคู๊ณ ขอให้เทอมนี้ผ่านวิชช่วล 2 ที เท้อดดดดด
     
    ถ้าวันนึง คนที่เคยแคร์ เค้าเปลี่ยนไป ท่าทีเปลี่ยนไปจากเดิม จะทำอย่างไรดี o_o !!
     
    เทอมหน้า ย้าย SEC !!
    ไม่เจอพวกหน้าเดิมๆ !!
    ย๊าฮู๊วววววววววว ~~~~~~~~~ !!
     
    คิดถึงสาวๆทุกคน แต่รักคนเดียว รักน๊า~~~
    October 02

    สอบฮาเฮ

    วันเสาร์ที่ผ่านมา ไปทัวร์อยุธยา สนุกมาก กก ...  อาจเป็นวันที่รู้สึกสนุกสุดที่ได้แกล้งคนอื่นล่ะมั้ง
    กัดคนอื่นบ้าง โดนกัดบ้างก็สนุกดี ที่สำคัญได้แกล้งคนที่อยากแกล้งนี่สิ สนุกจริงๆ !! เย้~ ( เด็ดที่สุดคือเราไม่เห็นอ้วนผอมจอมซน 55555555 )
    ก็ทัวร์วัดเหมือนๆเคยล่ะนะ เข้าไปดูกรุที่เมื่อก่อนเขาเก็บสมบัติกัน ... ก็เออ เขามีความพยายามขุดดีวุ้ย อย่างกับ พีระมิด ( ซึ่งความอลังการต่างกันเยอะน่ะแหละ )
    อาหารเที่ยงก็เป็นก๋วยเตี๋ยวเรือ กับ หมูสะเต๊ะ ที่เรียกได้ว่า "ก็ดี" สำหรับคนที่ได้กิน แต่ส่วนใหญ่จะหน้ามุ่ยเปนตูดกันเพราะสั่งอย่างได้อย่าง รึมาช้ามากกกกก ( ครึ่ง ชม.ได้มั้ง )
    เย็นๆ สอบที่วัด.... อะไรซักอย่างนี่แหละ เป็นการสอบที่เปิดกว้าง ลอกได้ก็ลอกไป ปากบอกอย่าลอกแต่นั่งติดกันจนจะกอดกันได้อยู่แล้วล่ะนะ เหอๆ เหตุการณ์นี้ทำให้ รักเพื่อนจัง 555
     
    ทริปนี้โง่เช่นเคย ได้ขยะติดกระเป๋าสามชิ้น
    1. MP3 ที่คราวที่แล้วเอาไปเชียงใหม่ ไม่เอาที่ชาร์จไป คราวนี้ไปวันเดียวไม่ต้องเอาไปอยู่แล้วกะฟังเต็มที่    แต่........   ควายไม่เอาหูฟังไป กลายเป็น ขยะ
    2. กล้อง แบกไปอุตส่าห์คิดว่ากูจะได้ทำงานสุดท้ายโฟโต้ล่ะ ... ฟ้าไม่เป็นใจ ไม่มีแสง ฝนดันตก เอากล้องใช้ฟิลม์มาก็หนักเปล่าๆ เปลืองฟิลม์ ไม่เอากล้องดิจิตอลมา กลายเป็นควาย 2
    3. ชีทที่เตรียมไปอ่าน วิชาที่สอบวันนั้นเอาไปหมด ปรากฏว่าออกนิดเดียว ... แบกไปทำไมไม่ทราบ ... ขยะอีก
    3.1 แบกชีทไซโคเตรียมไปอ่านขากลับ กะอ่าน ดันเจอคนในรถเล่นไรไม่รู้ ตีมือกันแปะๆ ตลอดขากลับ แถมใช้ตูดมาเบียดตูอีก แสดดด อ่านไม่รู้เรื่องวอ้ยยย !!
     
    ก็นะแทนที่จะได้อ่านสรุปคุยเรื่องทหารการเมืองกับไอเมฆ ไอยุ้ยแทน กูหละเซ็ง
     
    เรื่องดีๆ ก็มีให้เก็บเอาไว้ เรื่องไม่ดีก็มี ไม่พูดดีกว่า
     
    พรุ่งนี้สอบไซโค หนังสืออ่านไปกะติดเดียว ดันฉลาดซื้อข้อสอบมาทำ ( ซึ่งไม่รู้จะได้ทำหรือปล่าว ) ยังไงก็สู้ๆ
    พอสอบเส็ด เผางานส่ง ก็เป็นสุขีๆ แล้วเฟร้ย ( รอลุ้นผลว่าจะผ่านหรือเปล่าอีกที ) เพราะงั้นช่วงนั้นจะเหมือนกับเก็บดาวได้ในมาริโอ้ ย๊าฮู๊วววววว
    (ซึ่งดาวหมดก็ตาย)
     
    เพื่อนที่ดี คือรับฟังและใส่ใจคนรอบข้าง แคร์ความรู้สึกงั้นรึ เลยเจอคำพูดว่า แกเปนเพื่อนที่ดีบ้าง หรืออะไรที่เกี่ยวกับ คนดี คนดี นี้แหละ
    งั้นขอเป็นเพื่อนที่แย่บ้างละกัน ในเมื่อถ้าทำแบบนี้แล้วชีวิตเรามีความสุขกว่า
    ก็อย่างที่เค้าว่ากันว่าชีวิตเลือกได้ ว่าอยากมีสุขแค่ไหน ทุกข์เพียงใด ตัวกำหนดที่แท้จริงก้คือตัวเองนั่นแหละนะ
     
    ขำขำ ใครบางคน  ...   ดากานดา ชั้นรักแกว่ะ  เสี่ยงที่จะบอกรักเพื่อน หรือ ปล่อยให้เพื่อนมีคนอื่นแล้วค่อยบอกละ ห้ะ ?